19 ธ.ค.

รับทำกล่องครีม

การทำแบรนด์สินค้าขึ้นมาสักตัวหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวกับเครื่องสำอาง เพราะความทันสมัยของเทคโนโลยีที่เพิ่มมากขึ้น และการพัฒนาของมนุษย์ที่สามารถคิดค้นอะไรต่อมิอะไรออกมาได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด สิ่งหนึ่งที่ว่าดีแล้ว ก็ย่อมต้องมีสิ่งที่ดีกว่าออกมาอีกในอนาคต สินค้าเองก็เช่นกัน ผู้ผลิตจำนวนมากที่หวังจะเข้าไปแย่งชิงพื้นที่ในตลาดก็ย่อมต้องเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์และสินค้าของตัวเองว่าต้องมีดีพอตัว และอาจจะดีกว่าสินค้าที่ขายอยู่ในตลาดเสียด้วย แต่ถึงกระนั้นจะมีสักกี่คนที่รู้ว่าผลิตภัณฑ์หรือสินค้าของคุณดีจริงหรือไม่ หากไม่มีการโฆษณาหรือโปรโมทสินค้าที่ดีพอ และเหนือสิ่งอื่นใด แม้คุณจะโปรโมทมากแค่ไหน แต่ถ้ารูปร่างหน้าตาของสินค้าไม่มีความน่าใช้หรือไม่สะดุดตา ก็มีโอกาสที่จะทำให้สินค้าไม่สามารถขายได้อยู่ดี ด้วยความที่เราเป็นผู้รับทำกล่องครีมให้กับแบรนด์สินค้าจำนวนมากในตลาดเครื่องสำอางปัจจุบันนี้ เราจึงทราบดีว่า เพราะอะไรผู้ผลิตจึงควรให้ความสำคัญหับบรรจุภัณฑ์ไม่แพ้กระบวนการอย่างอื่นทางตลาด และเราก็ได้รวบรวมข้อมูลส่วนหนึ่งมาไว้ในบทความนี้ให้ได้อ่านกัน

ความสำคัญของกล่องบรรจุภัณฑ์

เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ ในส่วนของผู้ผลิตหน้าใหม่ที่พึ่งลองจับธุรกิจตลาดเครื่องสำอาง โดยเฉพาะการผลิตครีมวางจำหน่ายสู่ตลาด ต้องมีกระบวนการต่าง ๆ มากมายให้ศึกษากันไม่ใช่น้อย ไม่ว่าจะเป็นกรรมวิธีการผลิต ปัญหาทางด้านการตลาด การบัญชี และขนส่งที่ต้องเข้ามาส่วนเกี่ยวข้องเป็นอย่างมาก ถ้ามีพื้นฐานดีอยู่แล้วก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร แต่ถ้าเป็นมือใหม่จริง ๆ มีเพียงเงินทุนหนาแค่นั้นก็คงจะปวดหัวกันไม่ใช่เล่น เพราะทุกอย่างก็ดูเหมือนจะมีความสำคัญไปเสียหมด กว่าจะสร้างผลิตภัณฑ์ตัวหนึ่งขึ้นมาได้ กว่าจะวางขายได้นั้น ก็เล่นเอาต้นทุนบานปลายไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงอย่างเดียวคือการวางจำหน่ายในตลาด เพื่อขายให้ได้กำไรตอบแทนกลับมาบ้าง ซึ่งการจะวางตลาดได้นั้น เครื่องสำอางทั้งหลายโดยเฉพาะบรรดาครีมก็ต้องมีบรรจุภัณฑ์เพื่อสร้างความเรียบร้อยและสวยงามให้กับสินค้าเสียก่อน เว้นแต่คุณจะยอมลงทุนผลิตตลับครีมจนมีความสวยงามเพียงพอจนไม่ต้องสร้างบรรจุภัณฑ์ให้กับมัน อันนั้นเราก็ไม่ว่ากัน

และเมื่อสินค้าเริ่มวางตลาดแบบจริงจังแล้ว นี่แหละคือสิ่งที่ผู้ผลิตจะต้องเจออย่างแท้จริงว่าอะไรเป็นอุปสรรคให้สินค้าของคุณทำยอดได้ไม่ถึงเป้าหรือขายได้ไม่ดีเท่าที่ควร รู้หรือไม่ว่าอันที่จริงแล้ว ผู้บริโภคต่างก็รู้ดีว่าครีมแต่ละอย่างก็มีความแตกต่างกันไม่มาก การที่จะเลือกซื้อสินค้าชนิดใหม่ที่พึ่งวางตลาด ก็เพราะอาจจะมีราคาที่ถูกกว่า หรือมีผู้ผลิตที่เป็นบุคคลที่น่าเชื่อถือ แต่ถ้าสินค้าของคุณไม่มีองค์ประกอบทั้งสองอย่างนี้เลย ก็คงเหลือแค่เรื่องการโฆษณาสินค้าและบรรจุภัณฑ์ที่มองเห็นภายนอกแล้วสามารถดึงดูดใจผู้บริโภคให้เกิดความน่าสนใจได้ทันที

และเรื่องของบรรจุภัณฑ์นี้เอง ที่เป็นจุดด้อยของเหล่าผู้ผลิตหน้าใหม่ที่ยังไม่มีความชำนาญในด้านธุรกิจพอสมควร และมักจะมองข้ามไปจนทำให้เกิดผลเสียต่าง ๆ ตามมามากมาย เคยสงสัยกันหรือไม่ ว่าทำไมครีมที่ขายแพง ๆ หรือครีมที่ได้รับความนิยมสูง ๆ ทำไมกล่องบรรจุภัณฑ์เค้าถึงได้ดูดีนัก บางเจ้าอาจจะเรียบ ๆ แต่ก็แฝงไปด้วยความหรูหราไฮโซ น่าเป็นเจ้าของ บางเจ้าก็มีสีสันสดใส เวลาเดินผ่านแค่มองเห็นก็รู้แล้วว่าเป็นผลิตภัณฑ์ของเจ้าไหน และนี่คือสิ่งที่เหล่าผู้ผลิตรายใหญ่เองก็ให้ความสนใจไม่น้อยไปกว่ากระบวนการทางการตลาดประเภทอื่น ๆ ซึ่งมันก็สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับแบรนด์สินค้า จนสามารถตั้งราคาสูง ๆ ได้โดยที่ผู้บริโภคก็ยอมจ่ายเพื่อให้ได้ครอบครอง เพราะฉะนั้นเราจึงสามารถอธิบายได้อย่างชัดเจนว่า บรรจุภัณฑ์เองก็มีความสำคัญต่อผลิตภัณฑ์ และมีอิทธิพลต่อผู้บริโภคไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าสิ่งใด

อ่านมาถึงตรงนี้กันแล้ว ก็คงจะเข้าใจความสำคัญของบรรจุภัณฑ์กันมากขึ้น เพราะฉะนั้นเหล่าผู้ผลิตที่กำลังจะส่งผลิตภัณฑ์ครีมต่าง ๆ ของตัวเองเข้าไปตลาดเครื่องสำอาง ก็ขอให้คำนึงถึงเรื่องของบรรจุภัณฑ์ได้ ยอมลงทุนในส่วนนี้เพิ่มอีกสักนิด เพื่อหวังผลระยะยาวที่ก่อให้เกิดการจดจำแบรนด์สินค้าของคุณ แม้วันนี้จะยังไม่มีใครสนใจ แต่อนาคตข้างหน้าเมื่อคนเริ่มจดจำได้แล้ว ก็ย่อมต้องมีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับรายได้ของคุณอย่างแน่นอน

ปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลกระทบต่อราคาของบรรจุภัณฑ์

มาถึงตรงนี้แล้ว เราเชื่อว่าบรรดาผู้ผลิตคงจะมีคำถามในใจอยู่พอสมควร ว่าหากต้องการสร้างบรรจุภัณฑ์ดี ๆ เป็นของตัวเองบ้าง จะมีราคาอย่างไร จะแพงมากเกินไปหรือไม่ และจะคุ้มมั้ยหากบวกต้นทุนในส่วนนี้ลงไปในสินค้าด้วย ซึ่งอาจจะทำให้สินค้ามีราคาเพิ่มขึ้นอีกประมาณหนึ่ง ซึ่งเราก็ได้รวบรวมมาตอบไว้ในที่นี้เช่นเดียวกัน

1. ราคาต้นทุนของวัสดุที่นำมาใช้ทำบรรจุภัณฑ์

ข้อนี้คือข้อที่มีความสำคัญมากที่สุดในเรื่องของปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาของบรรจุภัณฑ์ เพราะทุกอย่างจะต้องมีการเลือกสรรกันขึ้นมา จึงจะออกมาเป็นบรรจุภัณฑ์สำหรับใส่สินค้าของคุณได้ โดยจะต้องมีการเลือกที่เริ่มจากต้องการกล่องประเภทไหน มีขนาดเท่าไร จากนั้นก็จะต้องมาเลือกกระดาษ ซึ่งมีมากมายหลายชนิด และมีราคาที่แตกต่างกันออกไป ในส่วนนี้เราขอแนะนำว่าควรเลือกกระดาษที่ทำให้กล่องมีความเบา แต่ทนทานพอสมควร เช่น กระดาษแข็งแบบเทา-ขาว แต่ถ้าใครจะใช้กระดาษที่ดีกว่านี้ก็ไม่ว่ากัน จากนั้นก็มาเข้าสู่เรื่องของสี ว่าต้องการใช้สิประเภทไหน มีจำนวนสีที่ต้องพิมพ์เยอะหรือไม่ เพราะเรื่องของสีก็จะมีราคาที่เข้ามาเกี่ยวข้องตามสีที่เลือก ยิ่งเลือกเยอะ ก็ยิ่งแพงมากยิ่งขึ้น จากนั้นจึงปิดท้ายด้วยลูกเล่นต่าง ๆ ตามที่ผู้ผลิตต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการปั๊มสีเงิน-ทอง การปั๊มโลโก้หรือตัวอักษรจม-นูน และทั้งหมดนี้ก็คือต้นทุนของคุณที่ต้องคิดคำนวณและเลือกให้เหมาะสมที่สุดในการสร้างบรรจุภัณฑ์

2. ราคาของการสั่งผลิตบรรจุภัณฑ์

เมื่อมีการคิดคำนวณต้นทุนของวัสดุที่นำมาเลือกเป็นบรรจุภัณฑ์เรียบร้อยแล้ว แม้ว่าส่วนมากวัสดุของแต่ละร้านที่ใช้ก็จะมีความเหมือนกัน หรือแตกต่างกันเล็กน้อย แต่ลำดับต่อไปก็คือราคาในการสั่งทำ ผู้ผลิตต้องแยกให้ออกระหว่างราคาวัสดุ และราคาในการสั่งทำ เพราะปัจจุบันนี้มีร้านที่รับทำกล่องครีมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นใน Facebook หรือในเว็บไซต์ จึงควรสอบถามราคาให้ดีว่า สั่งมากสั่งน้อย มีผลอย่างไรหรือไม่ หรือมีโปรโมชั่นอะไรหรือเปล่า อย่างเช่นโรงงานของเราที่รับผลิตแบบไม่มีขั้นต่ำ มีราคามาตรฐานซึ่งคุณสามารถสั่งผลิตจำนวนเท่าไรก็ได้ตามที่ต้องการ แต่ถ้าหากสั่งเยอะ ๆ เราก็จะมีส่วนลดให้ เป็นต้น เพราะบางร้านไม่มีโรงงานผลิตเป็นของตัวเอง เป็นการรับงานต่อไปให้โรงงานหรือบริษัทอีกทีหนึ่ง จึงอาจทำให้เกิดการกินค่าหัวคิวที่ทำให้การผลิตบรรจุภัณฑ์ของคุณมีราคาที่สูงขึ้น จึงควรสำรวจตลาดนี้ให้ดี ๆ ถ้าไม่อยากต้องมีต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

3. ราคาของการขนส่งบรรจุภัณฑ์

เมื่อบรรจุภัณฑ์ของคุณเสร็จสมบูรณ์หรือเป็นรูปเป็นร่างแล้ว ต่อไปก็เป็นเรื่องของการขนส่งระหว่างคุณกับผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ให้กับคุณ ก็คงไม่มีปัญหามากมายหากคุณสามารถไปรับสินค้าด้วยตัวเองได้ แต่ถ้าโรงงานที่รับผลิตอยู่ไกลเกิน หรือคุณไม่มีเวลาพอที่จะไปรับ ตรงนี้ก็จะกลายเป็นค่าใช้จ่ายอีกส่วนที่คุณต้องบวกรวมไปกับต้นทุนการทำบรรจุภัณฑ์ด้วย ซึ่งบางร้านก็อาจจะมีโปรโมชั่นส่งฟรี หากสั่งผลิตถึงเกณฑ์ที่กำหนด หรือบางร้านก็อาจจะใช้บริการส่งไปรณีย์ของเอกชน ที่ทำให้คุณต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้น อย่าลืมสอบถามเรื่องนี้ให้ชัดเจนด้วย หรือถ้าหากต่อรองกันได้ ก็ต้องลองทำดู

ขั้นตอนการออกแบบบรรจุภัณฑ์กล่องครีม

เมื่อผู้ผลิตได้ศึกษาเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อราคาของบรรจุภัณฑ์ คราวนี้ผู้ผลิตจะต้องลงมือจริงแล้วหากต้องการจะไปต่อในเรื่องนี้ ในกรณีที่ผู้ผลิตมีนักออกแบบประจำบริษัทอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องเป็นกังวลกับเรื่องนี้เท่าใดนัก เพราะจะได้ไม่ต้องเสียต้นทุนในเรื่องของค่าออกแบบบรรจุภัณฑ์เพิ่มเติม แต่ถ้าหากต้องการตัดความยุ่งยากในส่วนนี้ เราก็มีนักออกแบบที่มีประสบการณ์ในการออกแบบผลิตภัณฑ์มากกว่า 10 ปีไว้คอยให้บริการ โดยท่านสามารถออกแบบหรือแสดงความคิดเห็นในส่วนที่ท่านต้องการร่วมกับนักออกแบบของเราได้ตามความพอใจ หรือว่าอยากจะลองออกแบบเองโดยไม่ต้องพึ่งพาใคร นักออกแบบของเราก็ยินดีให้คำปรึกษา ซึ่งเราขอแนะนำหลักการในการออกแบบบรรจุภัณฑ์เบื้องต้นดังต่อไปนี้

WHAT

คำนึงสักนิดว่าสินค้าของคุณคืออะไร มีประโยชน์อย่างไร และคุณควรจะออกแบบกล่องบรรจุภัณฑ์อย่างไรให้เหมาะสมกับสินค้าของคุณเอง

WHO

ลำดับต่อไป คือคุณต้องการขายสินค้าของคุณให้กับกลุ่มเป้าหมายใด เช่น เพศไหน ช่วงอายุเท่าไร เพราะถ้าหากว่าคุณสามารถจำกัดกลุ่มเป้าหมายในข้อนี้ได้แคบมากเท่าใด จะยิ่งทำให้การออกแบบทำได้ง่ายขึ้น เช่น คุณต้องการขายสินค้าให้กับผู้หญิง ช่วงวัยรุ่นที่มีกำลังซื้อไม่มาก และชอบเครื่องสำอางนำเข้าจากเกาหลี คุณก็อาจจะลองศึกษาดูว่าสินค้าของเกาหลีมีบรรจุภัณฑ์หน้าตาเป็นอย่างไร และคุณก็ลองเอามาดัดแปลง ใส่สีสันให้สดใสมากขึ้นสมวัย เลือกใช้เฉดสีฟ้า ส้ม เหลือง ที่เน้นถึงความสดใส ให้กับบรรจุภัณฑ์ ก็จะมีความน่าสนใจขึ้นมาระดับหนึ่ง

WHEN

คุณต้องการวางจำหน่ายสินค้าของคุณเมื่อใด เช่น วางตอนไหนก็ได้ วางตอนเทศกาลต่าง ๆ หรือวางควบคู่ไปกับอะไร ยิ่งถ้าคุณระบุได้ว่าสินค้ามีเพียงกี่ชิ้นเท่านั้น หมดแล้วหมดเลย หรือเป็นสินค้าแบบ Limited Edition ก็จะยิ่งทำให้สินค้าของคุณเป็นที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น แต่ไม่ควรทำพร่ำเพรื่อถ้าหากสินค้าของคุณยังไม่ติดตลาด เพราะจะทำให้องค์กรของคุณดูไม่ดีเท่าที่ควร

WHERE

คุณต้องการจำหน่ายสินค้าของคุณที่ไหน เช่น ขายเองตาม Social Media หรือขายผ่านตลาดต่าง ๆ เช่นตลาดกลางคืนอย่างตลาดนัดรถไฟ ตลาดนัดจตุจักร เป็นต้น ฝากขายตามร้านเครื่องสำอางต่าง ๆ ขายผ่านตัวแทน หรือแม้กระทั่งส่งออกไปยังต่างประเทศ ดังนั้น คุณควรสร้างจุดเด่นให้กับบรรจุภัณฑ์ของคุณ หรือลูกเล่นให้ดูสะดุดตาเมื่อแรกเห็น เพราะถ้าหากสินค้าคุณต้องไปวางรวมกับสินค้าอื่น หากไม่เด่นจริงก็จะถูกกลบและถูกมองข้ามไป แต่ในขณะเดียวกัน ยิ่งเด่นมากก็ยิ่งมีคนสนใจมาก

WHY

ทำไมผู้บริโภคถึงต้องสนใจสินค้าของคุณ คำถามนี้มี 2 โจทย์ให้คิด คือคุณภาพของสินค้ากับคุณและบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้า เพราะบรรจุภัณฑ์จะเป็นสิ่งแรกที่ลูกค้ามองเห็น ก่อนที่จะไปดูถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ดังนั้น คุณภาพของบรรจุภัณฑ์ก็สำคัญไม่แพ้สินค้า และอาจจะสำคัญมากกว่าด้วย โดยเฉพาะในแง่ความประทับใจ และความดึงดูดใจ ถึงแม้ว่าคุณภาพภายในอาจจะไม่ตรงตามความต้องการของลูกค้าสักเท่าไรนัก

HOW MUCH

คุณจะขายสินค้าของคุณในราคาเท่าใด แต่ก่อนที่คุณจะตัดสินใจข้อนี้ได้ คุณต้องรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นในการผลิตสินค้าและบรรจุภัณฑ์ เช่น ค่าขนส่ง ค่าแรงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ค่าเสียหายที่อาจเกิดขึ้น เพราะฉะนั้น ขายเท่าไร ? เพราะฉะนั้นหัวข้อนี้จึงควรเป็นสิ่งสุดท้ายที่คุณควรจะคำนึงถึง เมื่อผลิตภัณฑ์พร้อมออกวางจำหน่ายแล้ว