19 ธ.ค.

รับผลิตกล่องสบู่ ราคาถูก

เพราะสบู่ มีความสำคัญอย่างมากในชีวิตประจำวันของเราในเรื่องของการชำระล้างและทำความสะอาดส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย สำหรับสบู่ทำความสะอาดตัวนั้น ปัจจุบันก็ได้รับความนิยมจากเหล่าชุมชน หรือสถานที่ท่องเที่ยวตามต่างจังหวัดมากขึ้น โดยนำสมุนไพรที่มีสรรพคุณต่าง ๆ มาผสม แต่ยังไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากนักแม้คนจะรู้ว่าสบู่สมุนไพรเหล่านี้มีสรรพคุณที่ดีก็ตาม ก็เพราะเกิดจากบรรจุภัณฑ์ที่ยังไม่มีความเป็นมาตรฐานนั่นเอง ยกเว้นแต่ว่าสบู่เหล่านี้จะมีรูปลักษณ์ที่สวยงามด้วยตัวเอง เช่นสบู่ผลไม้ต่าง ๆ ที่ชาวต่างประเทศนิยมซื้อกลับไปเป็นที่ระลึก

นอกจากสบู่ถูตัวแล้ว ก็ยังมีสบู่สำหรับทำความสะอาดหน้าอีกอย่าง ที่จัดได้ว่าน่าจะอยู่ในหมวดหมู่เครื่องสำอาง ด้วยคุณสมบัติของมันที่หลากหลาย ซึ่งบางเจ้าได้โฆษณาว่า สามารถใช้แทนโทนเนอร์ และมีมอยส์เจอร์ไรเซอร์ จึงทำให้ผู้ผลิตหลาย ๆ เจ้าได้สร้างแบรนด์เพื่อแข่งขันในตลาดนี้ ซึ่งปัจจุบันยังมีคู่แข่งน้อย และมีราคาที่ไม่สูงมาก เพราะฉะนั้น หากสบู่ที่ผลิตมีบรรจุภัณฑ์ที่ดีและสวยงาม ก็จะช่วยดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคได้เป็นอย่างมาก

และเรา คือผู้รับผลิตกล่องสบู่ราคาถูกที่สุดในตลาด ด้วยเหตุผลต่าง ๆ ที่เรากล่าวมานั้น เราจึงเข้าใจดีว่า สบู่มีต้นทุนที่ไม่สูงมากนัก บรรจุภัณฑ์ที่ดีจึงไม่ควรสูงมากด้วย เพราะจะทำให้ต้นทุนรวมมีราคาที่แพงขึ้น ส่งผลให้ต้องมีการขายสินค้าในราคาสูง อันเป็นเหตุให้สินค้าไม่สามารถขายได้ และเราก็เป็นผู้รับผลิตกล่องสบู่ที่อยู่ในวงการนี้มาอย่างยาวนาน ไม่ว่าสบู่แบบไหน จะเป็นก้อนสี่เหลี่ยม ก้อนวงกลม ก้อนหกเหลี่ยม เราก็สามารถรับทำกล่องได้ทุกรูปแบบ ด้วยความชำนาญของเรา

สบู่ คืออะไร

สบู่ เป็นผลิตภัณฑ์ในห้องน้ำชนิดหนึ่งที่มีคุณสมบัติด้านการชำระล้างสิ่งสกปรกต่าง ๆ ของร่างกาย เพราะฉะนั้นการทำงานของสบู่ก็คือการลดแรงตึงผิวให้มีการชำระล้างได้อย่างสะอาดหมดจดมากยิ่งขึ้น มักจะทำขึ้นจากน้ำมันและไขมันจากพืชและสัตว์ เพราะฉะนั้นสบู่จึงไม่มีอันตรายต่อร่างกาย (ยกเว้นแต่จะกินเข้าไป)

โดยทั่วไปในปัจจุบัน สบู่แบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือสบู่ก้อนที่เกิดจากน้ำมันหรือไขมันจากพืชและสัตว์ ผสมกับด่าง คือ โซเดียมไฮดรอกไซด์ สิ่งทีได้ก็คือสบู่แบบก้อนที่มีความแข็ง สามารถทำให้เป็นรูปทรงต่าง ๆ ได้ด้วยการใส่ลงในพิมพ์หรือแม่แบบ ทนต่อการละลายน้ำได้ดี ส่วนสบู่เหลว เกิดจากน้ำมันหรือไขมันจากพืชและสัตว์ ผสมกับด่าง คือ โพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ สิ่งที่ได้จะมีลักษณะลื่น ๆ เป็นของเหลวที่ไม่แข็งตัว ละลายน้ำได้ดี มีฟองเยอะ

ปัจจุบันสบู่มีการทำจากไขมันหลากหลายชนิดมากขึ้น ซึ่งเราขอสรุปมาดังต่อไปนี้ จะได้เข้าใจกันหากต้องเลือกซื้อสบู่ หรือหากต้องการที่จะผลิตสบู่เองก็ควรรู้ไว้

• น้ำมันมะพร้าว - ไม่ค่อยนิยมมากนัก เพราะมักจะมีกลิ่นหืน ๆ ติดที่สบู่ มีลักษณะเนื้อแข็งแต่เปราะบาง มีฟองที่มีลักษณะเหมือนครีม หากใช้มาก ๆ จะทำให้ผิวแห้ง

• น้ำมันปาล์ม - มีลักษณะที่ดีกว่าน้ำมันมะพร้าว คือมีความแข็ง มีฟองน้อย ชำระล่างกายได้สะอาดพอสมควร แต่ก็ยังทำให้ผิวแห้ง

• น้ำมันรำข้าว - กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้น และมักมีขายตามร้านผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรไทย เมื่อใช้จะให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว มีวิตามินอีสูง ทำให้ผิวไม่แห้ง

• น้ำมันถั่วเหลือง - เป็นน้ำมันที่เกือบจะดีที่สุดในการนำมาทำสบู่ เพราะสามารถให้ความชุ่มชื้นกับผิวได้ไม่ต่างกับโลชั่น แต่มีข้อเสียที่เป็นจุดเด่นคือเรื่องของกลิ่นหืนหากเก็บไว้นาน

ประวัติความเป็นมาของสบู่

สบู่ก้อนแรกของโลกนั้น ถูกบันทึกไว้ในสมัยฟินิเชียน อารยธรรมยุคโบราณก่อนที่จะมีอารยธรรมอียิปต์ขึ้นมา สบู่ก้อนนั้นเกิดจากน้ำเปล่า ไขมันแพะ และขี้เถ้าเข้าไว้ด้วยกัน หากอ้างอิงตามเทคนิคการผลิตสบู่ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด เพราะขี้เถ้า ก็คือด่างชนิดหนึ่งนั่นเอง ดูเหมือนจะชวนให้สะอิดสะเอียนไปสักนิด หากนำมาใช้ในปัจจุบัน เพราะไม่รู้ว่าขี้เถ้านั้นเกิดจากการเผาอะไรบ้าง แต่ก็มีผู้ใช้สูตรนี้ในการผลิตสบู่มาอย่างยาวนาน เพราะมันสามารถทำความสะอาดได้จริง ๆ ด้วยสารโพแทสเซียมคาร์บอเนตในขี้เถ้านั่นเอง

ยิ่งเมื่อช่วงหนึ่งที่วิทยาการทางแพทย์ของโลก มีความเจริญก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น ก็ได้มีการระบุว่า สาเหตุที่ทำให้มนุษย์ต้องเผชิญกับโรคภัย เกิดจากสิ่งมีชีวิตตัวจิ๋ว ที่ชื่อว่าแบคทีเรีย ถึงแม้ว่าจะรังเกียจขี้เถ้าขนาดไหน ก็คงต้องยอมใช้สบู่ตำหรับนี้กันแล้ว เพราะใครก็ไม่อยากป่วยกันทั้งนั้น สรุปว่ามาจนถึงช่วงนี้ ก็ยังไม่มีการพัฒนาสูตรสบู่ใหม่ ๆ เท่าที่ควร จวบจนกระทั่งปี 1879 ได้มีมิสเตอร์ฮาร์เลย พร็อกเตอร์ และญาติ ที่เปิดโรงงานผลิตสบู่ขึ้น ได้ค้นพบความน่าทึ่งของสบู่สูตรใหม่ของโลก เพราะว่าคนงานลืมปิดเครื่องผสมส่วนประกอบของสบู่ ผลก็คือสบู่มีน้ำหนักที่เบาขึ้นจนสามารถลอยน้ำได้ เพราะปฏิกิริยาเคมีบางชนิด มิสเตอร์ฮาร์เลย์จึงไม่รอช้าที่จะขายสบู่สูตรนี้ ผลก็คือขายดีจนผลิตไม่ทัน จากนั้นจึงได้มีการพัฒนาสบู่ขึ้นมาเรื่อย ๆ ด้วยความรู้ทางเคมีและเภสัชกรรม ได้มีการเปลี่ยนแปลงจากการใช้ขี้เถ้ามาเป็นโซดาไฟแทน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงไขมันสัตว์มาเป็นน้ำมันต่าง ๆ และจึงได้เปลี่ยนเป็นสูตรปัจจุบันมาจนถึงทุกวันนี้

กล่องกระดาษแข็ง แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ

• กล่องกระดาษแบบพับได้ (Folding Carton) เป็นกล่องกระดาษที่สามารถขึ้นรูปสำเร็จได้เลย หรือต้องการแบบเป็นแผ่น (Flat Blanks) เพื่อนำไปพับขึ้นรูปเองก็ได้ โดยจะมีทั้งแบบทากาวเพื่อยึดให้มีความมั่นคงแข็งแรง และแบบพับขึ้นรูปสำเร็จสามารถปิดฝากล่องหลังบรรจุผลิตภัณฑ์ได้ทันที กล่องกระดาษประเภทนี้จึงเหมาะกับการนำมาทำกล่องบรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกล่องเครื่องสำอาง กล่องครีม และกล่องสบู่ เป็นต้น

• กล่องกระดาษแบบคงรูป (Cardboard) กล่องประเภทนี้จะเป็นกล่องที่ขึ้นรูปไว้เรียบร้อยแล้ว เช่น กล่องไม้ขีดที่เป็นเหมือนถาดสำหรับสวมกล่อง และกล่องรองเท้าแบบที่มีฝาปิด เพราะความพิเศษของกล่องที่ไม่เหมือนใคร ทำให้การสั่งผลิตกล่องในรูปแบบนี้จะใช้เวลาในการผลิตช้าที่สุด และยังมีราคาสูงอีกด้วย แต่สำหรับข้อดีคือ ใช้งานได้นานเพราะมีความแข็งแรงค่อนข้างสูง และสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าได้เป็นอย่างดี

กระดาษแข็งที่มีความนิยมใช้ในทำกล่องมี 2 ประเภทดังต่อไปนี้

• กระดาษกล่องขาวแบบเคลือบแล้ว - เป็นกระดาษที่นิยมใช้ที่สุดในการทำบรรจุภัณฑ์สำหรับทำการผลิตสินค้า เพราะสามารถนำไปพิมพ์สกรีนสีสันแบบออฟเซ็ทต่าง ๆ ได้อย่างสวยงาม และมีความแข็งแรง กระดาษแบบนี้มีขายตามร้านเครื่องเขียนทั่วไป นิยมนำมาใช้ในงานประดิษฐ์ต่าง ๆ ในชื่อ กระดาษแข็งเทา-ขาว

• กระดาษกล่องขาวแบบไม่เคลือบ - กระดาษชนิดนี้จะคล้าย ๆ กับชนิดแรก แต่มีเนื้อหยาบกว่ามาก และสีของกระดาษก็ไม่ค่อยสม่ำเสมอกัน นิยมนำมาใช้ทำเป็นบรรจุภัณฑ์เพราะมีราคาถูกกว่าแบบแรกมาก การพิมพ์สีทำได้ไม่ค่อยดีนัก จึงนิยมใช้สีธรรมดา เช่น กล่องขนมไหว้พระจันทร์ กล่องรองเท้า

การเลือกสีให้กับบรรจุภัณฑ์หรือโลโก้แบรนด์สินค้าของคุณนั้น สามารถเพิ่มการจดจำแบรนด์ หรือการรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับแบรนด์ได้มากถึง 73% เพราะฉะนั้นผู้บริโภคจึงไม่ควรมองข้ามเรื่องราวของสีสันเป็นอันขาด โดนเฉพาะบนบรรจุภัณฑ์ของคุณ ซึ่งทางเว็บไซต์ได้จำแนกสีตามความเข้าใจของผู้บริโภคออกมาได้ดังนี้

• สีขาว - แทนความบริสุทธิ์ ความเรียบง่าย ดูหรูหรา มีความแพง

• สีเหลือง - แทนความอบอุ่นของดวงอาทิตย์ และยังสื่อถึงความสนุกสนานได้อีกด้วย

• สีส้ม - ก็สามารถแทนความสนุกสนานได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังสื่อถึงความร่าเริงสดใสเหมือนดวงอาทิตย์

• สีแดง - แทนความร้อนแรง เร่าร้อน ท้าทาย

• สีชมพู - แทนความรัก ความสวยงาม ความอ่อนหวานนุ่มนวล

• สีม่วง - แทนความหรูหราไฮโซ และยังแทนถึงความสง่างามได้อีกด้วย

• สีฟ้า - ใช้แทนความสว่างสดใสของท้องฟ้า ความสงบเยือกเย็นของน้ำทะเล

• สีเขียว - แทนความเป็นธรรมชาติ ความมีชีวิตชีวา การใช้ชีวิต

• สีน้ำตาล - แทนความเรียบง่าย มั่นคง

• สีเทา - แทนความเป็นกลางระหว่างสีดำ กับสีขาว