01 มี.ค.

แพกเกจจิ้ง ดีไซน์ 5 เทรนด์ ที่มาแรงในปี 2018

แพกเกจจิ้ง ดีไซน์ 5 เทรนด์ ที่มาแรงในปี 2018

แพกเกจจิ้ง ดีไซน์ที่มาแรงแซงทางโค้งในปี 2018 นั้นจำเป็นต้องบอกลาการออกแบบบรรจุภัณฑ์ทื่อๆ หรือการใช้ตัวหนังสือเล็กๆน่าเบื่อของปี 2017 ไปได้เลย เตรียมพบกับเทรนด์ใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในงานออกแบบได้เลย และช่างเป็นเวลาที่ดี ที่อุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์และผู้ประกอบกิจการรายย่อยที่ต้องการทำบรรจุภัณฑ์ที่เกี่ยวกับสินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Packaging Goods) หรือ CPG นั่นเอง

ซึ่งสามารถสร้างความเป็นไปได้ในการทำธุรกิจให้เติบโตไปพร้อมกันกับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ นับว่าเป็นข่าวดีที่ในปัจจุบันนี้ใครๆก็สามารถสร้างแบรนด์เป็นของตัวเองได้ เพราะการทำธุรกิจของผู้ประกอบการรายย่อยนั้น ส่งผลดีไปถึงวงการสื่อสิ่งพิมพ์ที่เกี่ยวกับการผลิตบรรจุภัณฑ์และยังเป็นผลดีกับนักออกแบบแพกเกจจิ้ง     อีกด้วย และเพื่อช่วยให้ผู้อ่านสามารถเข้าในเทรนด์การออกแบบในปีนี้อย่างถ่องแท้นั้น ซึ่งวันนี้ Printcafe ได้นำผู้อ่านทุกคนมารู้จักนักออกแบบแพกเกจจิ้ง, Martis Lupas ที่เชี่ยวชาญในเรื่องการออกแบบ และเขาได้วิเคราะห์ บรรจุภัณฑ์ประเภทต่างๆ ที่เป็น Top 5 เทรนด์ของปี 2018 จะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลย

1.ยิ่งเรียบง่าย ยิ่งดูดี

แพกเกจจิ้ง

 

การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ดูรกๆและยุ่งเหยิงนั้นกลายเป็นอดีตไปแล้ว โดยเฉพาะเมื่อเราได้เห็นการนำเอาการออกแบบสไตล์ minimalism มาใช้ในการออกแบบ โดยเฉพาะในปี 2018 นี้เราคาดหวังที่จะเห็นความคลาสสิก ในแบบ “Old School” ทั้งในรูปแบบของผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ ของผู้ประกอบการรายย่อยที่ประยุกต์งานออกแบบให้ดูร่วมสมัยขึ้นในแบบมินิมอล และนอกจากจะเป็นเพียงแค่แนวโน้มที่คาดหวังให้การออกแบบบรรจุภัณฑ์เป็นไปตามนั้น เรายังคาดหวังให้บรรจุภัณฑ์ที่ถูกออกแบบมาอย่างดี ระบุข้อมูลที่จำเป็นเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นั้นๆ และข้อมูลหรือตัวหนังสือที่ปรากฏเรายังสามารถจัดวางองค์ประกอบให้ดูสวยงามและโดดเด่นขึ้นได้ แต่ถึงอย่างนั้น การจะเล่นกับ Texts ก็ต้องระวังเรื่องการใช้ Space และสีให้ลงตัว เข้ากับผลิตภัณฑ์ของเรา

2.ใช้ตัวหนังสือขนาดใหญ่และหนา

แพกเกจจิ้ง

เหตุผลง่ายๆที่ไม่ควรจะใช้ฟอนต์ตัวเล็กและบางก็คือ มันอ่านยาก โดยเฉพาะในยุดที่ทุกอย่างต้องการความรวดเร็วและง่ายต่อการรับรู้ มันจึงกลายเป็นเรื่องสำคัญยิ่งกว่าเก่า การออกแบบบรรจุภัณฑ์และภาพลักษณ์ของแบรนด์ต้องเอื้ออำนวยการสื่อสารกับลูกค้าให้ชัดเจนและรวดเร็ว เทรนด์ในปี 2018 นี้ เราคาดหวังที่จะเห็นแบรนด์ต่างๆนำแนวคิดการออกแบบที่ใช้ฟอนต์ตัวหนาเพื่อสื่อสารกับลูกค้า นอกจากการใช้ฟอนต์แล้วยังจำเป็นต้องใช้คำอย่างประหยัด นั่นหมายถึง ต้องสั้น, กระชับ และตรงจุด ดังเช่นตัวอย่างข้างล่างนี้

3.ออกแบบโดยอาศัยความคุ้นชิน

แพกเกจจิ้ง

การออกแบบแพกเกจจิ้งให้ดุมีความคุ้นเคย กลายเป็นเทรนด์ของปีนี้ โดยเฉพาะการออกแบบแพกเกจจิ้งที่เกี่ยวข้องกับอาหาร มันเป็นเรื่องที่ท้าทายและเสี่ยงเป็นอย่างมาก  เพราะในความเป็นจริง เวลาที่ผู้คนเลือกซื้อสินค้าประเภทอาหาร พวกเขาจะเลือกจดจำรสชาติอาหารโดยบรรจุภัณฑ์ภายนอกแทน เช่น มาม่าซองสีแดงที่มีรูปการ์ตูนแบบนี้ไม่อร่อย หรือลูกอมที่ห่อสีเขียวอร่อย เป็นต้น ดังนั้นการแก้ไขปัญหาที่ชาญฉลาด เมื่อเจ้าของกิจการอยากรีแพกเกจจิ้งคือการออกแบบให้เหมือนกับบรรจุภัณฑ์อันเดิม แต่เปลี่ยนวัสดุเพื่อลดต้นทุน จะทำให้ผู้บริโภคยังคงจดจำได้ว่าสินค้าชิ้นนี้เป็นของแบรนด์เรา

4.ลดการใช้วัสดุสิ้นเปลือง

การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมนั้นมีผลกระทบต่อการซื้อของผู้บริโภคมาก หลายแบรนด์เลือกที่จะใช้วัสดุให้น้อยลง และเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น วัสดุที่ราคาถูกอย่างพลาสติก ถูกแทนที่ด้วยวัสดุที่ย่อยสลายได้ เช่น กระดาษ, ผลิตภัณฑ์จากใยกัญชง และวัสดุที่สามารถนำมาใช้ซ้ำได้อย่าง ไม้ไผ่, แก้ว เป็นต้น

5.เพราะชีวิตขาดหวานไม่ได้

หลายคนคงเคยได้ยินวลีฮิตทุกอย่างดูซอฟต์ลงเมื่อเป็นพาสเทลซึ่งในแวดวงของการออกแบบบรรจุภัณฑ์ก็ไม่ต่างกัน เทรนด์การใช้สีพาสเทลยังคงเป็นที่นิยมในการออกแบบ การใช้สีที่อ่อนลงแสดงให้เห็นความอ่อนหวานที่เกี่ยวข้องกับสุนทรียศาสตร์ จึงทำให้เกี่ยวข้องกับภาพลักษณ์ของแบรนด์โดยตรง เพราะสีที่อ่อนจะทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าผลิตภัณฑ์นั้นดูเป็นมิตร และดูอ่อนโยน, ปลอดภัย มากกว่าผลิตภัณฑ์ที่ใช้สีจัดจ้าน

ที่มา : Source