07 มี.ค.

เทคนิคตั้งราคาสินค้าให้ยอดขายพุ่ง

เทคนิคตั้งราคาสินค้าให้ยอดขายพุ่ง

แพ็คเกจจิ้ง

แพ็คเกจจิ้ง และสินค้าทั้งหลายที่เราเห็นกันบนชั้นวาง หรือตามอินเตอร์เน็ต จิตวิทยาการตั้งราคาเรียกลูกค้า กระตุ้นยอดขาย เป็นยุทธวิธีการทำตลาดที่เป็นตัวกำหนดทุกอย่างว่าจะขายได้หรือไม่ได้ สิ่งสำคัญในการตั้งราคาที่ทำให้ยอดขายดี ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตั้งราคาให้ถูกกว่าคู่แข่ง หรือมีการออกแบบกล่องแพ็กเกจจิ้งที่สวยงามเพียงอย่างเดียว อันที่จริงเราจึงต้องรู้หลักจิตวิทยาว่าจะนำเสนอราคาอย่างไรให้ลูกค้าได้ใช้พิจารณาในการตัดสินใจซื้อสินค้าของเรา และกระตุ้นให้เกิดการซื้อซ้ำ วันนี้ Printcafe จึงได้รวบรวม เทคนิคจาก การตั้งราคาเรียกลูกค้าโดยหลักการทางจิตวิทยา มาให้ผู้ประกอบการสินค้าได้ลองนำไปใช้ในการตั้งราคาสินค้ากันเลยค่ะ

 

การตั้งที่รู้สึกว่าถูกกว่า

มันเป็นการตั้งราคาที่ลงท้ายด้วยเลข 9 นั่นเอง เราคงเคยเห็นราคาตามป้ายสินค้าต่างๆ เช่น 199 บาท ซึ่งมีการวิจัยพบกว่า การกำหนดราคาที่ลงท้ายด้วยเลข 9 นั้นช่วยเพิ่มยอดขายให้กับสินค้าได้มากขึ้น แต่การกำหนดราคาในลักษณะนี้จะได้ผลดีก็ต่อเมื่อ ตัวเลขด้านซ้าย ลดลงไปด้วยเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น 59 บาท 99 บาท 199 บาท หรือ 299 บาท ราคาที่ลงท้ายด้วยเลข 9 นั้นจะทำให้ลูกค้าเกิดการตัดสินใจซื้อสินค้าได้ง่าย เนื่องจากลูกค้าจะเกิดความรู้สึกว่าได้ซื้อสินค้าราคาถูกกว่า สาเหตุที่เป็นแบบนี้ ก็เพราะเวลาที่สมองของมนุษย์คำนวนราคา เราจะสร้างภาพจินตนาการไว้ที่เลขด้านหน้าจุด ดังนั้นในราคา 200 บาท ซึ่งนำด้วยเลข 2 เราก็จะรู้สึกว่า “ราคาตั้ง 200 บาท” แต่ถ้าเราตั้งราคา 199 นำ คนซื้อก็จะรู้สึกว่า “ราคาแค่ร้อยกว่าๆเอง”  ซึ่งมันต่างแค่ 1 บาท ก็ทำให้ความรู้สึกของลูกค้าต่างกันมากแล้ว

 

การตั้งราคาลงท้ายด้วย 0

เป็นการกำหนดราคาที่ให้ความรู้สึกว่าเป็นสินค้ามีคุณภาพดี โดยลูกค้าส่วนใหญ่มีความเชื่อว่า ของแพงกว่าต้องเป็นของดีกว่า ซึ่งการตั้งราคาเต็มจำนวนนั้น ทำให้คำนวนง่ายนั้น จะช่วยลดระยะเวลาการคิดและคำนวนของผู้ซื้อ และจะช่วยทำให้ผู้ซื้อตัดสินใจซื้อง่ายขึ้นอีกด้วย แต่ทั้งนี้ การตั้งราคาแบบนี้ อาจจะไม่ได้เหมาะกับสินค้าทุกประเภท การตั้งราคาแบบคำนวนง่ายนั้น เหมาะสำหรับสินค้าที่ไม่ได้ใช้เหตุผลในการตัดสินใจเพียงอย่างเดียว แต่มีเรื่องของอารมณ์และรสนิยมเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น สินค้าแบรนด์เนม, สินค้าเคาท์เตอร์แบรนด์ เป็นต้น

 

ตั้งราคา แบบให้ส่วนลด

การลดราคาเป็นการกระตุ้นยอดขายเพื่อเอาชนะคู่แข่ง ได้ดีที่สุด เพราะเป็นการสร้างความรู้สึกคุ้มค่าที่จะจ่าย โดยวิธีที่จะทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าในจำนวนที่มากขึ้น แถมยังเป็นการช่วยระบายสินค้า ที่ค้างสต็อกได้อีกด้วยค่ะ แต่ต้องระมัดระวังอย่าลดราคามากหรือน้อยเกินไปนะคะ เช่น ถ้าคุณลดราคาน้อยเกินไป นอกจากความต้องการจะไม่เปลี่ยนแปลงแล้วอาจส่งผลให้กำไรลดลงอีกด้วยค่ะ

  

การตั้งราคาที่แสดงถึงชื่อเสียง

เป็นการตั้งราคาสินค้าชนิดใดชนิดหนึ่งให้มีราคาสูง เพื่อแสดงถึงภาพลักษณ์เกี่ยวกับชื่อเสียงของแบรนด์ หรือคุณภาพของสินค้านั้นๆ โดยจะช่วยกระตุ้นความต้องการของลูกค้าบางกลุ่มให้สูงขึ้นเช่น  ลูกค้าที่นิยมสินค้าแบรนด์เนม เพราะราคาสูง ก็ทำให้เกิดความรู้สึกว่าตัวเองกำลังซื้อของคุณภาพดีอยู่นั่นเองคะ

 

 

เพื่อให้มีโอกาสเลือกสินค้าในระดับราคาที่พอใจ แต่ละรายแตกต่างกัน เช่นบางคนอาจยอมจ่ายแพงกว่า เพื่อให้ได้สินค้าที่ดูดีมีระดับกว่าคนอื่น ขณะที่ลูกค้าบางกลุ่ม ต้องการสินค้าราคาประหยัด ไม่ต้องการลูกเล่นมากนัก การตั้งราคาแบบแนวระดับราคา จึงเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการขายได้ดีกว่าการการผลิต และกำหนดราคาสินค้าในราคาเดียวกัน