04 ก.ค.

พิมพ์ออฟเซ็ท คืออะไร

พิมพ์ออฟเซ็ท

โรงพิมพ์ออฟเซ็ท

พิมพ์ออฟเซ็ท

ทุกวันนี้เทคโนโลยีการพิมพ์ต่างๆ ในบ้านเรานั้นก็มีให้เลือกมากมาย ซึ่งเทคโนโลยีการพิมพ์ต่างๆ นั้นก็ถือเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมากเลยนะครับ เพราะมันจะทำให้ชิ้นงานของเรานั้นสามารถที่จะออกมาได้ตามที่เราต้องการนั่นเอง ซึ่งทุกวันนี้นั้นก็เลยทำให้ระบบการพิมพ์นั้นสามารถที่จะทำให้ชิ้นงานของเราสามารถที่จะออกมาได้ตรงกับความต้องการนั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้นการพิมพ์ในรูปแบบออฟเซ็ทนั้นหลายๆ คนก็ยังไม่ค่อยเข้าใจนะครับว่ามันเป็นระบบการพิมพ์ในรูปไหน มีเทคโนโลยีการพิมพ์เป็นแบบใด แต่เชื้อได้เลยนะครับว่ามันจะทำให้ชิ้นงานของเรานั้นสามารถที่จะออกมาได้ตรงกับความต้องการนั่นเอง

อย่างไรก็ตามนั้น ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์ในรูปแบบไหนก็ตามแต่ ถ้าหากเรามีการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบนั้นแน่นอนจะทำให้ชิ้นงานของเรานั้นสามารถที่จะออกมาได้ตรงกับความต้องการนั่นเอง ดังนั้นในการเลือกระบบการพิมพ์นั้นก็ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับชิ้นงานของเราด้วยนะครับว่าระบบที่เราต้องการนั้นสามารถที่จะซับพอร์ตเทคโนโลยีการพิมพ์ของเราหรือไม่นั่นเอง เอาเป็นว่าวันนี้เรามาดูกันดีกว่านะครับจริงๆ แล้วการพิมพ์แบบออฟเซ็ทนั้นมันคืออะไร แล้วมันเป็นอย่างไร ไม่รอช้าเราไปดูกันเลย

การพิมพ์แบบออฟเซ็ทนั้นก็เป็นการพิมพ์แบบพื้นราบที่ใช้หลักการโดยนำน้ำและน้ำมันนั้นไม่รวมตัวกัน ซึ่งบนแผ่นแม่พิมพ์นั้นก็จะมีทั้งสองส่วน คือบริเวณที่ไม่มีภาพก็จะเป็นที่รับน้ำและในส่วนที่มีภาพก็จะเป็นสารเคมีที่เป็นพวกเดียวกับหมึกนั่นเอง โดย หมึกของการพิมพ์ในระบบออฟเซ็ทนั้นก็จะไม่ไปเกาะกับน้ำนะครับแต่จะเป็นการไปเกาะที่ภาพแทน หลังจากนั้นก็จะถูกถ่ายบนผ้ายางและกระดาษเพื่อที่จะพิมพ์ต่อไป การพิมพ์ในระบบออฟเซ็ทนั้นสามารถที่จะพิมพ์ได้ตั้งแต่ 1 สีจนไปถึง 5 สีด้วยกัน หรืออาจจะมากกว่านั้นก็ได้ด้วย ถ้าหากเรามีความต้องการที่จะใช้นั่นเอง ซึ่งในทุกวันนี้นั้นการพิมพ์ในระบบออฟเซ็ทนั้นโดยทั่วไปก็มีอยู่ด้วยกันถึง 3 ระบบด้วยกันคือ โมแม่พิมพ์ โมผ้ายาง และ โมแรงกด

ซึ่งทั้งสามระบบนี้นั้นก็มีระบบทำความชื้นและระบบการจ่ายหมึกให้แก่แม่พิมพ์ เมื่อมีการเคลื่อนไหวนั้นแม่พิมพ์ก็จะหมุนรับน้ำ หรือความชื้นแล้วจึงไปรับหมึก
เมื่อพิมพ์สามารถที่จะพิมพ์ในบริเวณภาพได้แล้วนั้นก็จะหมุนลงไปถ่ายโอนเพื่อไปให้โมผ้ายางแล้วจึงถ่ายลงบนวัสดุการพิมพ์นั่นเอง ซึ่งจะมีโมกดพิมพ์เป็นตัวควบคุมนั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้นเครื่องพิมพ์ในระบบออฟเซ็ทก็มักจะมีเครื่องที่ใหญ่เป็นอย่างมาก แถมมีราคาที่แพงอีกด้วยนะครับ ซึ่งการบำรุงรักษาแต่ละครั้งนั้นก็มักจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงเป็นอย่างยิ่งอีกด้วย แถมวิธีการตั้งค่าและการใช้งานต่างๆ นั้นก็มักจะมีความยุ่งยากและวุ่นวายเป็นอย่างมากอีกด้วยนะครับ ซึ่งค่าใช้จ่ายในการพิมพ์ในระบบแบบนี้นั้นก็มักจะมีราคาที่แพงเป็นอย่างมากนั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้นถ้าหากใครที่คิดจะพิมพ์ในระบบแบบนี้นั้นก็จะต้องทำใจในเรื่องราคาด้วย เพราะมักจะมีต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่สูงเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามนั้นถ้าหากเราพิมพ์ในปริมาณที่เยอะนั้นก็จะทำให้ค่าใช้จ่ายสามารถที่จะถูกลงได้เช่นกัน ดังนั้น ถ้าจะให้ตอบโจทย์กับความต้องการในการผลิตนั้นการที่เรามีการพิมพ์ในปริมาณที่น้อยนั้นการพิมพ์ด้วยระบบดิจิตอลนั้นก็น่าจะสามารถที่จะตอบโจทย์ซะมากกว่านะครับ เพราะถือเป็นรูปการพิมพ์ที่ทันสมัยเป็นอย่างมาก ทำให้การพิมพ์นั้นมีราคาที่ถูกลงเป็นอย่างมากนั่นเอง

ซึ่งถ้าให้เทียบคุณภาพในการพิมพ์กับระบบการพิมพ์ออฟเซ็ทนั้นก็อาจจะเทียบไม่ได้นะครับ เพราะการพิมพ์ดิจิตอลก็มีข้อจำกัดหลากหลายอย่างด้วยกันอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตามนั้นก็อย่างที่บอกว่างานพิมพ์แต่ละชนิดนั้นก็ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละชิ้นงานสักมากกว่า ซึ่งถ้าหากมีงบประมาณที่เยอะนั้นก็น่าจะสามารถที่จะตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีนั่นเอง สำหรับการพิมพ์ในระบบออฟเซ็ทนั้นส่วนใหญ่ก็จะแบ่งออกเป็นสอง 2 เครื่องพิมพ์ด้วยกันดังต่อไปนี้ 1. เครื่องพิมพ์ป้อนแผ่น  โดยเครื่องพิมพ์ชนิดนี้นั้นก็จะเหมาะกับงานพิมพ์ที่ไม่ใหญ่มาก โดยจะใช้พิมพ์ในกระดาษขนาด B0 B1 หรือ B2 นั่นเอง 2. เครื่องพิมพ์ชนิดป้อมม้วน โดยจะเหมาะสมกับการพิมพ์พวกหนังสือพิมพ์ สมุดโทรศัพท์ หรือ แคตตาล็อกต่างๆ ซึ่งสามารถที่จะทำให้การพิมพ์นั้นมีระบบการพิมพ์ที่ให้ความละเอียดสูงนั่นเอง แถมกระดาษม้วนนั้นก็มีราคาที่ถูกกว่ามากนั่นเอง  เอาเป็นว่าระบบการพิมพ์แบบออฟเซ็ทนั้นก็ถือเป็นอีกหนึ่งระบบที่จะทำให้งานพิมพ์ของเรานั้นสามารถที่จะพิมพ์ออกมาได้ตรงตามคุณภาพที่เราต้องการ

ซึ่งการพิมพ์แบบนี้นั้นก็อย่าลืมนะครับจะต้องดูความเหมาะสมของงานที่เราจะสั่งพิมพ์ด้วยเนื่องจากการพิมพ์แบบนี้นั้นก็มักจะมีราคาที่แพงเป็นอย่างมากนั่นเอง แต่ถ้าเราพิมพ์ในปริมาณที่เยอะนั้นก็จะทำให้เราเกิดความคุ้มค่ากันอย่างแน่นอนนั่นเอง และชิ้นงานที่เราจะได้กลับมานั้นก็จะมีความสวยและมีความน่าสนใจเป็นอย่างมากอีกด้วย ดังนั้นอย่าลืมนะครับว่าระบบการพิมพ์แต่ละชนิดมักจะมีความแตกต่างกันออกไป ก็ควรที่จะเลือกให้เหมาะสมกับชิ้นงานที่เรานำไปใช้งานด้วยนั่นเอง

อ่านบทความเพิ่มเติม >>  เพิ่มยอดขายง่ายๆด้วยการ ปรับโฉม กล่อง Packaging